วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ชม ซ้อม แม่นาค สดๆ


อาทิตย์ที่ 22 ชมการซ้อมแม่นาค สด จากห้องซ้อม dreambox ได้ทาง www.bananabooking.com 17.00 น. เป็นต้นไป ช่วยบอกต่อด้วยนะครับ

new tvc

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

5 ตุลาคม จำหน่ายบัตร www.bananabooking.com

แม่นาค เดอะ มิวสิคัล จะกลับมาอีกครั้ง 4/5/6/11/12/13 ธันวาคมนี้ เพียง 6 รอบเท่านั้น และหลังจากครั้งนี้คงนานมากๆถ้าจะกลับมาอีกครั้งนะคะ เพราะปีหน้ามีละครเรื่องใหม่จ่อคิวอยู่หลายเรื่อง เราจะจำหน่ายบัตรวันแรกวันที่ 5 ต.ค. ที่ www.bananabooking.com หรือ banana hot line 0802600771-6 ซึ่งเป็นระบบจำหน่ายบัตรที่เราพัฒนาขึ้นมาเองค่ะ โดยเราจะมอบส่วนลด 15% ทุกราคาบัตร จนถึงวันที่ 20 ต.ค. นี้นะคะ ขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนเรามาตลอดค่ะ

www.bananabooking.com

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

Cd แม่นาค เดอะมิวสิคัล เสร็จแล้ว !!!!!


แจ้งสมาชิก dreambox ค่ะ
ขณะนี้ cd audio แม่นาค เดอะมิวสิคัล ฉบับเต็ม ได้เสร็จแล้วนะคะ
ท่านที่สั่งไว้แล้ว สามารถยืนยันการสั่งซื้อ โดยโอนเงิน จำนวน 500 บาท ต่อหนึ่งชุด 4 แผ่น
ได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ เศวต เศวตะทัต หมายเลขบัญชี 063-0-09272-4 ธนาคารกรุงเทพ สาขา เอกมัย แล้ว fax ใบโอนเงินหรือสลิป atm พร้อมที่อยู่ที่ให้จัดส่ง จำนวนที่สั่ง มาที่ เบอร์ 02-3919495 และเราจะส่ง cd ทาง EMS ฟรี ประมาณ 3 วันทำการหลังจากที่ได้โอนเงินแล้วค่ะ

สำหรับท่านที่ไม่ได้จองไว้ กรุณาโทรมาแจ้ง ที่เบอร์ 02 - 7153547 และดำเนินการโอนเงินตามขั้นตอนด้านบน แต่จะมีค่าส่ง 50 บาทเพิ่มเข้ามา เป็น 550 บาทนะคะ

ขออภัยในความล่าช้า
และขอขอบคุณสำหรับการรอคอยค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ดงตะเคียน



อย่าลืมนะครับใครมี facebook เข้าไป update กันได้นะครับ พิมพ์ หาคำว่า dreamboxtheatrebkk หรือ dreambox เฉยๆก็เจอครับ

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

แม่นาค เดอะมิวสิคัล restage เพียง 6 รอบ เท่านั้น




แม่นาค เดอะมิวสิคัล
restage เพียง 6 รอบ เท่านั้น

4-5-6-11-12-13 ธันวาคม 2552
โรงละคร เอ็มเธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
สถานที่จำหน่ายบัตร,วันจำหน่ายบัตรรวมถึงโปรโมชั่น จะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้ครับ

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีค่ะ สมาชิกดรีมบอกซ์และผู้ที่รักละครเวทีทุกท่าน

สวัสดีค่ะ สมาชิกดรีมบอกซ์และผู้ที่รักละครเวทีทุกท่าน

อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วนะคะสำหรับแม่นาค เดอะ มิวสิคัล ขอขอบพระคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่สละเวลามาชมละครของเราและขอบพระคุณเป็นพิเศษสำหรับสื่อมวลชน และผู้ที่ชมกรุณาส่งข่าวหรือบอกต่อจนผู้ชมเต็มในหลายๆรอบของการแสดง ดรีมบอกซ์รู้สึกตื้นตันใจมากค่ะที่แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ได้รับการตอบรับอย่างดีจากท่านผู้ชม ตลอดเวลาของโพรดักชั่นเรื่องนี้ทีมเราต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสิ่งรอบตัวมากมายมหาศาลทำให้ทีมงานตั้งใจไว้ว่าจะทำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่เพราะต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง แข่งขัน หรือตอบโต้กับใคร แต่ทีมเราจะพูดกันทุกครั้งว่า เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อสิ่งที่เรารัก และเพื่อผู้ชมที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เราตลอดเวลาอันยาวนานที่เราทำงานด้านละครเวทีมา มีบางครั้งที่เราท้อถอยแต่พอนึกถึงความไว้วางใจของผู้ชมที่มีต่อละครของเราทำให้มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไปค่ะ

และสำหรับคำวิจารณ์หรือติชมทั้งหมดจากผู้ชมและสื่อมวลชนนั้น ดรีมบอกซ์ขอน้อมรับค่ะ และจะนำความคิดเห็นประเด็นต่างๆไปพิจารณาเพื่อใช้ในการทำงานละครครั้งต่อๆไป

มีผู้ถามกันมากถึงเรื่องการต่อรอบหรือ Restage แม่นาค เดอะ มิวสิคัล อยากจะรียนว่า เราจะนำเรื่องนี้กลับมาแสดงอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอนค่ะ แต่ไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบกันอีกครั้งหนึ่งนะคะ

สุดท้ายนี้เราหวังว่าท่านผู้ชมจะให้การสนับสนุนละครเวทีต่อไป ไม่ใช่เฉพาะของดรีมบอกซ์เท่านั้น แต่ของคณะละครอื่นๆอีกด้วย ในประเทศของเรามีผู้ที่เรียนและรักที่จะทำละครเวทีมากมาย แต่หากไม่มีผู้ที่สนับสนุน หรือติชมด้วยใจบริสุทธิ์แล้ว การพัฒนาก็จะสะดุดไม่ต่อเนื่อง ขอขอบพระคุณจากใจจริงอีกครั้งหนึ่งนะคะ

ดรีมบอกซ์

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เพลง ความจริงหรือความฝัน



คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ
ทำนอง สุธี แสงเสรีชน
ขับร้อง สุธี แสงเสรีชน

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สัมภาษณ์ ผกก. แม่นาค เดอะมิวสิคัล จากhit chanel

แม่นาค เดอะมิวสิคัล การตีความใหม่ฉบับของดรีมบอกซ์



ละครเพลง แม่นาค เดอะ มิวสิคัล การตีความใหม่ฉบับของดรีมบอกซ์
ดารกา วงศ์ศิริ
หลังจากที่ทางดรีมบอกซ์ได้จัดงานแถลงข่าวว่าจะจัดแสดงละครเพลง แม่นาค เดอะมิวสิคัล ครั้งแรก ขึ้นเมื่อ ปี 2550 ก็มีหลายๆคนที่ถามว่า ทำไมถึงอยากทำเรื่องนี้ และ ถ้าหากทำขึ้นมา แม่นาคเวอร์ชั่นของดรีมบอกซ์จะต่างกับแม่นาคเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ โอเปร่า หรือ การ์ตูน ที่ทำกันมาทุกรูปแบบแล้วยังไง
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ จำได้สนิทใจว่ากลัวอยู่สองอย่างค่ะ คือ กลัวซีอุยมากินตับ และ กลัวผีแม่นาคมาหักคอ ยิ่งตอนนั้นบ้านอยู่เขตอำเภอพระโขนงด้วย ก็ยิ่งคิดไปเองว่าแม่นาคคงมาหลอกได้ง่ายๆ เพราะอยู่ใกล้ๆกัน แต่เมื่อไปถามเพื่อนที่โรงเรียนทุกคนก็กลัวแม่นาคทั้งนั้น จำได้ว่าสบายใจไปนิดนึงว่าแม่นาคมีอิทธิฤทธิ์ไปไหนก็ได้คงไม่มาหาเราคนเดียวหรอก เรื่องราวของแม่นาคที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆก็อาจจะเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ เมื่อโตขึ้นและมาประกอบอาชีพทำละครเวทีนั้น ทำให้เห็นว่าแรื่องราวของแม่นาคมีองค์ประกอบที่ยิ่งใหญ่พอที่จะนำเสนอในรูปของละครเพลงที่เข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่แม่นาคกล้าหาญที่จะ”ปฎิเสธความตาย” อันเป็นชะตากรรมที่มนุษย์ทุกคนต้องยอมรับ นี่คือลักษณะของตัวละครที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ เป็นตัวละครที่นักเขียนอยากจะรู้จัก อยากจะเข้าใจ และ อยากจะเล่าเรื่องของเขาให้ทุกคนฟัง
บทละคร แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ของดรีมบอกซ์นี้ เขียนขึ้นโดยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า แม่นาคเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่พระโขนง เพราะอะไรแม่นาคถึงได้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายเกินผีตายท้องกลมคนอื่นๆ ในยุคนั้น ทำไมแม่นาคถึงรักพ่อมากเสียเหลือเกินจนไม่อาจตัดใจทิ้งพ่อมากไปได้ และ เพราะอะไรวิญญาณแม่นาคถึงจากไปในที่สุด
หลังจากนั้นก็เริ่มค้นคว้าหาข้อมูลของสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ยิ่งอ่านมากค้นมากก็ยิ่งรู้สึกเศร้าใจค่ะ เพราะผู้หญิงไทยในสมัยนั้นช่างน่าสงสารเหลือเกิน และไม่ว่าจะถือกำเนิดขึ้นในชนชั้นไหน สถานะภาพของผู้หญิงก็ต่ำต้อยยิ่งกว่าผงธุลีดินโดยเฉพาะในสังคมชนบทที่ให้ความสำคัญกับแรงงานมากที่สุด ผู้หญิงที่ทำงานไม่ได้นั้นมีค่าน้อยกว่าควายตัวนึงเสียอีก หลวงเองก็เกณฑ์แรงงานผู้ชายไปทำงานปีละหลายเดือนทำให้ภาระหนักอึ้งทั้งหมดตกอยู่กับผู้หญิงเท่านั้น ในสังคมปิดที่ตีกรอบภาระและหน้าที่ผู้หญิงไว้ตายตัวแบบนี้ย่อมซ่อนความรุนแรงของอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นตลอดเวลา การดำเนินเรื่องของแม่นาคจะเกิดขึ้นในสังคมแบบนี้ค่ะ
เหตุการณ์ต่างๆใน แม่นาค เดอะ มิวสิคัล เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ตั้งแต่เดือน ห้า ปี พศ.2395 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แม่นาคหนีจากบ้านที่อยุธยาตามพ่อมากมาอยู่ที่พระโขนง จนถึงเดือนหกปีต่อมา เมื่อวิญญาณของแม่นาคจากไปสู่สุคติภพ
ในเวลาชั่วเวลาหนึ่งปีนี้เองที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ในชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ชื่อ นาค ทั้งความรัก ความทุกข์ ความสุข การจากพราก ความตาย และการพยายามหนีจากเงื้อมมือของความตายเพื่อยื้อยุดความสุขที่มีน้อยนิดไว้ให้นานที่สุด
แม่นาคของดรีมบอกซ์ เป็นลูกสาวคนเดียวของขุนนาง ที่แม้จะอยู่ในครอบครัวที่มีบิดาที่เข้มงวด และมีมารดาที่ตกอยู่ใต้อำนาจของสามี แต่แม่นาคก็ยังได้เรียนหนังสือซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในสมัยนั้น ดังนั้นเมื่อเธอหนีตามพ่อมากที่มีพื้นเพเป็นชาวนามาอยู่ที่พระโขนง เธอจึงเหมือนปลาที่ผิดน้ำ ไม่เป็นที่ต้องการของใครๆในชุมชนที่ตัดสินคุณค่าของผู้หญิงด้วยการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแม่สามี ญาติ หรือคนอื่นๆที่ต่างล้วนมองแม่นาคด้วยความชิงชังและด้วยอคติที่มีต่อคนที่มาจากชนชั้นและพื้นเพที่ต่างกัน การอ่านหนังสือออกนั้นมีค่าน้อยกว่าการต้อนควายเป็นเสียอีก จะมีก็แต่ความรักของพ่อมากเท่านั้นที่ทดแทนความทุกข์ต่างๆและทำให้แม่นาคมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุข ดังนั้นเมื่อพ่อมากต้องโดนเกณฑ์ไปรบ แม่นาคที่กำลังท้องแก่จึงแทบไม่เหลือความสุขในชีวิตอีกเลย
ในเรื่องที่เล่าต่อๆกันมานั้น ไม่ได้มีการพูดถึงสาเหตุแห่งความตายของแม่นาคที่นอกเหนือไปจากการที่เด็กในท้องไม่สามารถคลอดออกมาได้เองและทำให้แม่ต้องตาย แต่ในบทละครเรื่องแม่นาค เดอะ มิวสิคัล นี้ การตายของแม่นาคยังมีสาเหตุและเงื่อนงำอื่นอีก ความรัก ความผูกพัน การโหยหาความสุขที่มีอยู่น้อยนิดในชีวิตของเธอนี้คือสิ่งที่ยื้อยุดวิญญาณแม่นาคไว้ ในเมื่อโลกของมนุษย์ไม่สามารถให้ความสุขสงบได้ แม่นาคจึงสร้างโลกขึ้นมาใหม่ที่ “จะมีแต่คนที่ฉันรักและรักฉัน มีแต่เสียงหัวเราะเบิกบานมีความสุข ไม่มีใครเจ็บไม่มีใครตายไม่มีใครทุกข์ มีแค่พ่อแม่และลูกน้อยกลอยใจ”
แต่โลกนี้เป็นโลกแห่งมายา เป็นโลกที่ไม่จริง เป็นโลกที่เปราะบางยิ่งกว่าพรายน้ำในคลองพระโขนง โลกของแม่นาคเป็นโลกที่มนุษย์ไม่สามารถยอมรับได้และพร้อมจะทำลายให้แตกสลายลง และท้ายที่สุดในวันที่พ่อมากรู้ความจริง ก็คือวันที่ติดสินชะตาชีวิต ไม่เพียงแต่ของแม่นาคและพ่อมากเท่านั้น ยังรวมถึงคนหลายคนที่กรรมทำให้ต้องมาเกี่ยวพันกัน
นอกเหนือจาก แม่นาค (น้ำมนต์ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) และ พ่อมาก (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) แล้ว แม่นาค เดอะ มิวสิคัล มีตัวละครที่สร้างขึ้นใหม่จากจินตนาการหลายคน ไม่ว่าจะเป็น บทของแม่เหมือน แม่ของพ่อมาก(มณีนุช เสมรสุต) แม่ทองคำ แม่ของแม่นาค (อรวรรณ เย็นพูนสุข และ รัดเกล้า อามระดิษ) ป้าแก่หมอตำแย (นรินทร ณ บางช้าง) ขุนประจัน พ่อของแม่นาค (ญาณี ตราโมท) สัปเหร่อ ( เด๋อ ดอกสะเดา) และ สายหยุด ญาติผู้น้องของพ่อมาก( ปุยฝ้าย เอ เอฟ 4) บทของตัวละครที่เพิ่มขึ้นล้วนเป็นบทสำคัญที่มีความหมายต่อเรื่องอย่างยิ่งยวดจะขาดใครไปไม่ได้เลย
บทละครเพลง เรื่อ งแม่นาค เดอะ มิวสิคัล นี้ ตั้งใจว่าจะให้เหมือนคู่กรรม เดอะ มิวสิคัล คือ ไม่มีบทพูดเลย เป็นมิวสิคัลแบบที่ร้องทั้งเรื่อง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sung-through ดังนั้น จึงเขียนเป็นบทเพลงที่มีคำสัมผัสกันแบบบทกลอน รวมทั้งหมดประมาณห้าสิบเพลง เมื่อให้ผู้กำกับการแสดง คุณสุวรรณดี จักราวรวุธ ดูแล้ว จึงส่งให้กับ คุณไกวัล กุลวัฒโนทัย Music Director และ ผู้ประพันธ์เพลงอีกสองท่าน ที่ได้ร่วมงานกันมายาวนานแล้ว ได้แก่ คุณพลรักษ์ โอชกะ และ คุณสุธี แสงเสรีชน เพื่อแต่งทำนองเพลงต่อไป การแสดงละครเรื่องนี้ ฝ่ายดนตรีตั้งใจว่าจะสร้างสรรค์ละครเพลงในแบบที่เป็นสากลแต่ก็จะต้องมีกลิ่นอายของความเป็นไทย ดังนั้นในการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับเครื่องดนตรี 18 ชิ้น จึงออกแบบให้มีเครื่องดนตรีไทยผสมอยู่ด้วย เพราะอย่างไร แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ของดรีมบอกซ์ ก็เป็นละครเพลงที่เสนอตำนานของคนไทยที่เขียนบทโดยคนไทยที่ภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทยของตัวเอง
ตลอดระยะเวลายาวนานที่ได้เขียนบทละครและทำละครเวทีมาหลายสิบปี ยอมรับค่ะ ว่าแม่นาค เดอะ มิวสิคัล เป็นละครที่เขียนยากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะที่จริงได้วางเค้าโครงบทละครเพลง เรื่อง แม่นาคมาตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อดรีมบอกซ์ยังผลิตละครเวทีในนามของแดส เอ็นเทอร์เทนเม้นท์อยู่ แต่เมื่อคิดจะเขียนทีไรก็รู้สึกว่าเขียนไม่ได้ดังใจสักครั้ง เพราะไม่สามารถหาเหตุผลให้ตนเองยอมรับได้ว่า ทำไมแม่นาคจึงเป็นผีดุร้ายและทำไมแม่นาคจึงต้องถูกปราบปรามด้วยความโหดเหี้ยมต่างๆนานา แต่แล้วในที่สุดเมื่อประมาณสามปีมาแล้วก็ได้ไปที่วัดมหาบุศย์กับทีมงาน เมื่อไหว้ขออนุญาตแม่นาคเสร็จแล้วก็ไปนั่งอยู่ที่ศาลาท่าน้ำของวัด มองข้ามคลองพระโขนงไปยังฝั่งตรงกันข้ามที่ยังรกครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แล้วก็คิดว่า ที่นี่ละนะ คือสถานที่เกิดเหตุ หลังป่าช้าของวัดนี้ก็คือที่ฝังศพแม่นาค คลองข้างหน้าเรานี้ก็เป็นที่ที่แม่นาคกับพ่อมากเคยพายเรือเล่นกัน ฝั่งตรงข้ามเลยคุ้งน้ำไปด้านโน้นก็อาจจะเป็นบ้านแม่นาคก็ได้ เมื่อเริ่มคิดได้ว่าแม่นาคกับพ่อมากเป็นคนที่เคยมีชีวิตอยู่จริงๆได้แล้ว โครงเรื่องและเหตุผลต่างๆจึงตามมา และยิ่งรู้สึกว่าแม่นาคเป็นคนที่น่ารักน่าสงสารแล้ว ทุกอย่างก็เขียนได้อย่างราบรื่นจนจบเรื่อง
เมื่อเรื่องจบ ใจของคนเขียนเองก็สงบเพราะรู้ว่าได้ให้ความเป็นธรรมกับดวงวิญญาณของแม่นาคแล้ว

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เพลง เรือแห่งมรณา และ ข้ายังไม่พร้อมจะยอมตาย

video
ทองคำ(รัดเกล้า อามรดิษ) นาค(ธีรนันย์ ณ หนองคาย) ร้องหมู่ชายหญิง
เนื้อร้อง ดารกา วงศ์ศิริ ทำนอง ไกวัล กุลวัฒโนทัย

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เพลง นาค มาก สาย

video
เพลง นาก มาก สาย
สายหยุด(ณัฎฐพัชร วิพัธครตระกูล) /สายหยุดวัยเด็ก(ณิชชาณัฎฐ์ วิโนทพรรษ)
คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ / ทำนองเรียบเรียง พลรักษ์ โอชกะ

เพลง โอ้แม่จ๋า โอ้ลูกจ๋า

video
ทองคำ(อรวรรณ เย็นพูนสุข) /นาค(ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ ทำนองเรียบเรียง ไกวัล กุลวัฒโนทัย

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เพลง ข้ายังไม่พร้อมจะยอมตาย

นาค(ธีรนัยน์ ณ หนองคาย)/ ทองคำ(รัดเกล้า อามระดิษ)คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ / ทำนองเรียบเรียง ไกวัล กุลวัฒโนทัย
โหลดที่นี่
http://www.upload-thai.com/download.php?id=5fbbddcaaa2ced60d003b2bafdd4fa1c

เพลง เรือแห่งมรณา

ทองคำ(รัดเกล้า อามระดิษ)/หมู่ชายหญิงคำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ / ทำนองเรียบเรียง ไกวัล กุลวัฒโนทัย
โหลดที่นี่
http://www.upload-thai.com/download.php?id=d5759b2e966474d310305a282234a9ac

เพลง นาก มาก สาย

สายหยุด(ณัฎฐพัชร วิพัธครตระกูล) /สายหยุดวัยเด็ก(ณิชชาณัฎฐ์ วิโนทพรรษ)
คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ / ทำนองเรียบเรียง พลรักษ์ โอชกะ
โหลดที่นี่
http://www.upload-thai.com/download.php?id=abb9698dd80c104119c16975fc926e06

เพลง ฟ้าเป็นพยาน

นาค(ธีรนัยน์ ณ หนองคาย)/มาก(วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ ทำนองเรียบเรียง ไกวัล กุลวัฒโนทัย
โหลดที่นี่
http://www.upload-thai.com/download.php?id=0f871ed9f9b644f925a3bcd94b1d9271

เพลง โอ้ลูกจ๋า โอ้แม่จ๋า

ทองคำ(อรวรรณ เย็นพูนสุข) /นาค(ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) คำร้อง ดารกา วงศ์ศิริ ทำนองเรียบเรียง ไกวัล กุลวัฒโนทัย
โหลดที่นี่
http://www.upload-thai.com/download.php?id=a717f08d0aab61cce5010e9deddb7d2c

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552


สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้ชมที่ให้ความสนใจ และได้เข้าไปจองบัตรละคร แม่นาค เดอะมิวสิคัล กันตั้งแต่วันแรกๆที่เปิดขายนะคะ

จดหมายฉบับนี้ อยากจะแจ้งเตื่อนสำหรับท่านผู้ชมที่ยังไม่ได้จองบัตร ละคร แม่นาค เดอะมิวสิคัล นะคะ

เพราะส่วนลด 15% จะหมดลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้แล้ว ราคาบัตรมีตั้งแต่ 700-2000 ส่วนลดก็ค่อนข้างเยอะทีเดียว ไม่อยากให้พลาดกันค่ะ 

บัตรราคา 2000  ลดเหลือ  1700

บัตรราคา 1800  ลดเหลือ 1530

บัตรราคา 1500  ลดเหลือ 1275

บัตรราคา 1200  ลดเหลือ 1020

บัตรราคา 1000  ลดเหลือ 850

บัตรราคา 700    ลดเหลือ 595

จองบัตรกันได้ที่ www.totalreservation.com นะคะ หรือที่ บูธ total ที่ สยามพารากอน ดิเอ็มโพเรียม เดอะมอล์ทุกสาขา บีทีเอส อนุเสาวรีย์ชัย  หมอชิต  อิมแพค เมืองทอง และmailbox สาขาคาร์ฟู อ่อนนุช

 

สำหรับการซ้อมตอนนี้ก็ซ้อมไปได้พอสมควรแล้ว มีนักแสดงเข้ามาซ้อมที่ studio dreambox กันเกือบทุกวัน โดยเฉพาะเสาร์ อาทิตย์จะเยอะเป็นพิเศษ เพราะมี นักแสดงสมทบเข้ามาซ้อมด้วย วันก่อนแอบไปฟัง ยังขนลุกเลยค่ะ เพราะด้วยเสียงร้องของนักแสดง กับบทเพลงที่ไพเราะแฝงความน่ากลัว ขนาดดูตอนกลางวันยังหวาดๆ ไม่อยากคิดเวลาที่ต้องซ้อมตอนกลางคืนเลยค่ะ

 

จริงๆแล้วมีเพลงที่อยากเอามาให้ฟังกัน แต่ขอเก็บไว้อีกซักหน่อย รอหลังวันแถลงข่าวเร็วๆนี้คงได้ฟังกันนะคะ

 

ที่สำคัญอีกอย่าง ตอนนี้เราเพิ่มนักแสดงคุณภาพมาอีก คน คือ คุณ อรวรรณ เย็นพูนสุข จะมาสลับการแสดงกับคุณ รัดเกล้า

 คือ คุณ รัดเกล้า จะแสดงในวันที่ 3/4/5 ก.ค.

 ส่วนคุณอรรวรรณ จะแสดงในวันที่ 10/11/12/17/18/19 ก.ค.

สำหรับท่านที่ซื้อบัตรไปแล้ว และต้องการจะเปลี่ยนรอบการแสดง สามารถโทรมาได้ที่ 02 7153547 ได้เลยค่ะ

 

อย่าลืมนะคะ ส่วนลด 15% มีถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้นค่ะ

ขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านนะคะที่สนับสนุนศิลปะการแสดง

ท่านผู้ชมสามารถเข้าไปติดตามความคืบหน้าของละคร แม่นาค เดอะมิวสิคัลได้ที่ http://maeenak.blogspot.com/

สวัสดีค่ะ

dreambox

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

มณีนุช เสมรสุต


"รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ เหมือนกำลังกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง ชื่นชมผู้กำกับเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าตั้งใจทุ่มเท รักศิลปะการละคร และมีทั้งความรู้ ประสบการณ์ อ้วนอยากมีโอกาสร่วมงานด้วยอยู่แล้วค่ะ            สำหรับการเตรียมตัวของอ้วน ก็ว่าจะมาเป็นศูนย์นะคะ อยากได้รับการปั้น ตบแต่ง และพัฒนา ปรับปรุงศักยภาพของเรา ณ วันนี้ เพื่อจะใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ในเรื่องของเสียง การแสดงบนเวที และสำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครอย่างหมดจดตามที่ผู้กำกับตีความเอาไว้ อยากรู้ว่าเราจะตอบโจทย์ได้ตรงใจผู้กำกับมั้ย อ้วนว่ามันท้าทายสำหรับนักแสดงเลยทีเดียว  อีกเรื่องที่จำเป็นต้องดูแลความพร้อมให้ตัวเองก็คือสมาธิและสุขภาพค่ะ เพราะคงซ้อมกันหนักเหมือนกัน"

นรินทร ณ บางช้าง



          "รู้สึกดี และดีใจมากที่ได้ถูกทาบทามมาเล่น แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ในครั้งนี้ และยิ่งกว่านั้นได้มาร่วมงานกับพี่ลิงผู้กำกับที่สนิทกันมานาน แล้วยิ่งดีใจเป็นสองเท่า เล่นละครเวทีหลังสุดน่าจะเป็นปี 46 ปกติส่วนใหญ่ที่เล่นมักจะเป็นละครเพลงทั้งหมด การเตรียมตัวสำหรับเรื่องแม่นาค นี้ต้องเตรียมตัวอย่างหนักมาก เพราะเอ๋ไม่ได้ร้องเพลงมานานมากสำหรับคนที่ไม่ได้ร้องเพลงนานๆ เนี่ย ต้องกลับมารื้อฟื้นใหม่
พูดง่ายๆต้องกลับมาเรียนใหม่ เพราะว่าถ้ามาเล่นอะไรที่เป็น มิวสิคัลแล้ว มันต้องร้องตลอด สภาพเสียงมันต้องเสถียรมาก เท่าที่คุยกับพี่ลิงผู้กำกับแล้วเป็นละครร้องตลอดทั้งเรื่อง สุขภาพของเราต้องแข็งแรงมากๆ ทั้งร่างกายและเสียงร้องเลยค่ะ"

ธีรนัยน์ ณ หนองคาย


"ตอนที่รับเล่นเรื่องนี้คิดว่าบทนี้ท่าจะยาก เพราะต้องถ่ายทอดอารมณ์ หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นอารมณ์รัก เศร้า เสียใจ โกรธ แต่เห็นแล้วว่าท้าทายความสามารถ รวมทั้งเรื่องราวเป็นที่รู้จักอย่างดี เรายิ่งต้องพยายามเพิ่มมากขึ้นค่ะ
          ที่จริงแล้วเคยพูดคุยเรื่องนี้มานานแล้วค่ะตั้งแต่ตอนเล่นคู่กรรม เดอะ มิวสิคัล  แต่พอดีน้ำมนต์มีน้องเลยยังเล่นไม่ได้ พี่ๆเขาก็ยอมรอ กลับคืนเวทีหนนี้คงต้องเตรียมตัวเรื่องน้ำหนักตัว และเสียงร้อง ต้องพร้อมในทุกๆด้าน แสดงกับ น็อต วรฤทธิ์ อีกครั้งไม่หนักใจหรอกค่ะเพราะเคยร่วมงานกันมาแล้วในละครเพลงคู่กรรม  น็อตเป็นนักแสดงที่มีความสามารถคนหนึ่งค่ะ"

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล


ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล 
            "ฝ้ายตื่นเต้นมากค่ะที่ได้เล่นละครเวทีเรื่องนี้ ได้ข่าวมานานแล้วเหมือนกันจากพี่ๆที่ทรู ว่าทางดรีมบอกซ์ติดต่อมาขอตัวฝ้ายไปร่วมแสดงในละครแม่นาค เดอะ มิวสิคัล พอผ่านอนุมัติ ฝ้ายรู้เลยว่า ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างมาก เลยไปศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องร้องเพลง ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างเรียนร้องเพลงเพิ่มค่ะ ฝ้ายเคยเล่นละครเวทีมาแล้วในเรื่องโจโจ้ซัง ก็เลยพอจะคุ้นเคยงานละครเวทีในระดับหนึ่ง สำหรับเรื่องนี้จะต้องฝึกฝนตัวเองทั้งการแสดง และร้องเพลง ดูแลสุขภาพร่างกายและเสียงให้ดี 
         แล้วก็ดีใจค่ะที่ได้มาเล่นกับครูน้ำมนต์ ชอบเสียงร้องของครูน้ำมนต์มากค่ะ มีเสน่ห์มากๆ ส่วนพี่น็อตเคยติดตามผลงานมาก่อนค่ะ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันที่ได้มาเจอพี่น็อตค่ะ 
          ฝ้ายคิดว่าเรื่องแม่นาคนั้นเป็นเหมือนตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานาน ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เสน่ห์ของเรื่องจึงอยู่ที่ความเป็นอมตะของเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันต่อๆมาค่ะ ช่วงนี้ฝ้ายมีผลงานอัลบั้มเพลงออกมาชุดหนึ่ง และอยากจะฝากละครเวที แม่นาค เดอะมิวสิคัล ไว้ด้วยนะคะ เป็นละครเวทีอีกเรื่องที่ฝ้ายได้เล่น และได้รับบทสำคัญด้วย จะตั้งใจแสดงให้ดีที่สุดนะคะ "

วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์



วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์
          "ตอนทีมงานบอกว่าอยากให้รับบทพ่อมากในละครเพลง แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ความรู้สึกแรกคือ กลัวผีครับ แต่ที่ยอมรับเล่นเพราะสนิทและเชื่อใจทีมงานครับ ก็น่าท้าทาย เพราะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพื่อความ พร้อมในการฝึกซ้อมทั้งการร้องเพลง และการแสดงคงจะงดเที่ยวลงสักพักในช่วงที่ต้องซ้อมและแสดงละครเรื่องนี้ครับ
          ผมจะพยายามให้เต็มที่เพื่อให้ได้ผลงานดีและมีคุณภาพครับ ได้รับบทพ่อมากคู่กับน้ำมนต์หนนี้ ดีใจครับที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง เพราะเคยเจอกันมาแล้วในละครเพลงคู่กรรม เสียงร้องของน้ำมนต์นี่สุดยอด ผมไม่ได้เกร็งหรือกดดันอะไรที่ต้องแสดงด้วยกัน แต่คงต้องซ้อมร้องให้เยอะขึ้น ช่วงนี้ยังติดงานถ่ายละครอยู่บ้าง แต่ใกล้จบแล้ว ก็จะมาซ้อมละครเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง ผมว่าเสน่ห์ของละครแม่นาคน่าจะเป็นเรื่องของอุปสรรคและความยึดมั่นในความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้นะครับ 
          จะว่าไป การที่มีละครเวทีแม่นาคของทั้งสองค่าย คงหลีกหนีการเปรียบเทียบไม่ได้หรอกครับ เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับผมไม่ได้วิตกอะไร อยากให้คนดูติดตามที่ตัวผลงานดีกว่า เพราะศิลปะเป็นเรื่องของรสนิยมอยู่แล้ว ผู้สร้างแต่ละทีมย่อมมีความโดดเด่นและสไตล์การทำงานในแบบฉบับของตัวเอง คนดูก็มีทางเลือกเยอะขึ้น ไม่ซ้ำซากจำเจอยู่แต่รูปแบบเดียว สุดท้ายขอฝากละคร แม่นาค เดอะ มิวสิคัล ด้วยนะครับ ทุกคนตั้งใจเต็มที่ครับ ช่วยมาดูและติชมผลงานกันเยอะๆเพื่อพัฒนาศิลปะการแสดงแขนงนี้ รวมทั้งสร้างความเคลื่อนไหวเพื่อให้ละครเวทีแพร่หลายในวงกว้างยิ่งๆขึ้น และได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ผมว่างานตรงนี้จะเป็นแหล่งสร้างบุคลากรคุณภาพต่างๆของวงการนะครับ เพราะต้องทำกันด้วยใจรักจริงๆ"

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ว่าด้วยเรื่อง ลิขสิทธิ์


มีคนถามกันมาเยอะครับ สำหรับเรื่อง ลิขสิทธิ์ แม่นาค
พอดีมีพี่ทีมงานคนหนึ่งได้เขียนไว้ใน web board  ของ dreambox 
เลยเอามาแบ่งปันครับ


สำหรับเรื่องนี้อยากจะขอให้รายละเอียดนิดหนึ่งนะคะ เกี่ยวกับตำนานนางนาก หรือ นาค พระโขนง ว่า เรื่องราวเกี่ยวกับแม่นาคนี้ปรากฎขึ้นครั้งแรกเป็นลายลักษณ์อักษรจาก
ข้อเขียนของก.ศ.ร.กุหลาบ ที่เล่าเรื่องของนางนาก (สมัยนั้นใช้ก.ไม่ใช่ค.) ว่า มีข่าวเล่าลือว่าผีนางนากที่พระโขนงดุ แต่ที่จริงเป็นเพียงลูกหลานที่กลัวว่า พ่อ คือ สามีนางนาก ชื่อว่านายชุ่ม 
จะมีภรรยาใหม่ จึงทำผีให้คนหวาดกลัว ตามที่ก.ศ.ร.กุหลาบเขียนว่าดังนี้ค่ะ (อำแดงนาก) “เปนภรรยานายชุ่ม ตัวโขนทศกรรฐ์ในพระจ้าวบรมวงศ์เธอ จ้าวฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี อำแดงนากมีครรภ์ คลอดบุตรถึงอนิจกรรม นายชุ่ม ทศกรรฐ์ สามีนำศพอำแดงนากภรรยาไปฝังที่ป่าช้าวัดมหาบุด ๆ นี้พระศรีสมโภช (บุด) วัดสุวรรณ เปนผู้สร้างวัดมหาบุดแต่ท่านยังเปนมหาบุดในรัชกาลที่ 2....”

รัชกาลที่ 6 ก่อนครองราชย์ ท่านเคยทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง นากพระโขนงที่สอง ไว้ในหนังสือ ทวีปัญญา ปี 2447 ฉบับของพระองค์ท่าน ใช้ชื่อสามีนากว่าโชติ เป็นกำนัน 

อย่างไรก็ตาม ตำนานเรื่องนี้ก็คงเล่ากันมาเรื่อยๆ จนมาโด่งดังก็คือบทละครร้องเรื่อง อีนากพระโขนง ของ กรมพระนราธิปพงศ์ประพันธ์ ในปี 2455 ซึงท่านก็นำมาจากตำนานนี่ละ ในบทของท่านซึ่งใช้นามปากกาว่า หมากพญา นั้น ได้ให้ชื่อ สามีนางนาก ว่า นายมาก และ ยังได้พูดถึง การเือ้อมมือยาวไปเก็บมะเดื่อ (ไม่ใช่มะนาว) มาตำน้ำพริกให้พ่อมากกิน ส่วนเรื่องมะนาวนั้น ตามบทของท่านได้พูดถึงว่า มีคนให้มะนาวเสกพ่อมากมา เมื่อบีบแล้วจะเห็นความจริงว่า อาหารบูดเน่า และจะได้รู้ว่า แม่นากนั้นตายไปแล้ว และในบทละครนี้ยังมีฉากคลาสสิคเช่นมีหมอผีมาจับแม่นากลงหม้อด้วย
และมีผีอื่นๆมาด้วยเยอะแยะ ในตอนจบของเรื่องนั้น ท่านนิพนธ์ให้ ทั้งหมดเป็นความฝันของพ่อมากที่เมามายและฝันร้ายว่าตนเองเป็นผี คือ จบแบบ คอเมดี้ ค่ะ 
บทละครร้องของท่านนั้นอ่านแล้วสนุกสนานมากค่ะ เมือทำเป็นละครคณะปรีดาลัยก็ทำได้สนุกและน่ากลัวมาก ทำให้โด่งดังไปทั่ว จากนั้น จึงมีคนนำเรื่องราวของนางนากนี้ ไปทำหนัง ละคร และ ลิเก มากมาย คุณพ่อของคุณยอดสร้อย คือ คุณเสน่ห์ ท่านก็นำตำนานเรื่องแม่นาคนี้มาสร้างเป็นหนัง และ เป็นที่นิยมมากมายจนต่อกันมาอีกหลายภาค เรียกได้ว่าในยุคนั้น คุณปรียาเป็นสัญลักษณ์ของแม่นาคเลยทีเดียว หลังๆมานี้ก็ยังมี หนังทีเกียวกับแม่นาค (ไม่แน่ใจค่ะว่า เปลี่ยนเป็น ค. ตั้งแต่เมื่อไร แต่เห็นที่ศาลแม่นาค ก็ใช้้ค. เราก็เลยใช้ตามความนิยม) มากมาย รวมทั้งหนังของคุณนนทรีย์ด้วย (แต่คุณนนทรีย์ใช่ ก. ตามฉบับดั้งเดิม ) และ ยังมีโอเปร่าของคุณสมเถาอีก เข้าใจว่าทุกคนก็คงไปไหว้ขอแม่นาคกันที่ศาลเพราะคิดว่าเป็นเรื่องตำนาน ไม่ได้มีลิขสิทธิ์ อันใด และ แต่ละคนก็อาจจะตีความแม่นาคในแบบของตนเองกัน คงจะไม่มีใครที่ตั้งใจจะละเมิดลิขสิทธิหรอกค่ะ ทีมงานของเราเองก่อนการแถลงข่าวในปี 2550 ก็ได้ไปไหว้ขอแนุญาตย่านาคและยังพูดกันว่า เราไปขอลิขสิทธิ์ย่านาคมาแล้วนะ : )

ฉบับของ ดรีมบอกซ์ นั้น เราใช้ชื่อ มาก ตามฉบับกรมพระนราค่ะ แต่บทละครของเราจะตีความการ"ไม่พร้อมจะยอมตาย" ของแม่นาคในแบบของเราเอง ไม่ได้เป็นคอเมดี้ค่ะ เป็นดราม่า ในฉบับของดรีมบอกซ์นั้นนอกจากนาคและมากแล้วก็ไม่ได้มีชื่อซ้ำกับ
ตัวละครอื่นๆอีก

อย่างไรก็ตาม เราเองก็ไ่ม่แน่ใจเหมือนกันว่า การใช้ชื่อมาก ตามฉบับของ กรมพระนรา หรือ การยื่นมือมาเก็บมะเดื่อนี้ จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่เดิมนั้นเราคิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะ ชื่อนาคและมากนี้ ได้ใช้กันมาตลอด รวมทั้งฉากคลาสสิค ต่างๆที่ว่ามานี้ด้วย แต่ในวันนี้เมื่อมีข่าวเรื่องลิขสิทธิ์ขึ้นมาทางเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และ ตั้งใจไว้ว่าจะสอบถามไปทางทายาทในราชสกุลของท่านค่ะ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย หากมีอะไรที่คืบหน้าจะมาแจ้งให้ทุกคนทราบต่อไปนะคะ เราเองนั้นเป็นคนทีทำงานศิลปะเราจึงเคารพสิทธิ์ของผู้ประพันธ์ทุกท่าน
มากเท่าที่เราอยากจะให้คนอื่นเคารพสิทธิ์ของเราค่ะ หากเราทำผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการ เราพร้อมที่จะแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ 

สุดท้ายนี้ขอบคุณมากค่ะที่มีผุ้สนใจและ (คิดเอาเองค่ะว่า) เป็นห่วง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในข่าวโดยตรงก็ตาม : )



พอดีพิมพ์ยาวมากเลยเพิ่งเห็นว่าตัวเองเขียนผิด ไปนิดนึง ประโยคนี้ค่ะ "ตอนจบของเรื่องนั้น ท่านนิพนธ์ให้ ทั้งหมดเป็นความฝันของพ่อมากที่เมามายและฝันร้ายว่าตนเองเป็นผี" 
ที่ถูกคือ " คิดว่าเมียตัวเองเป็นผี" ขอโทษด้วยนะคะ มันดึกค่ะเลยเบลอ


เพิ่มอีกนิดค่ะ สำหรับการค้นคว้าเรื่อง ชื่อของแม่นาคที่นำมาอ้างอิงข้างต้นนี้ นำมาจากการค้นคว้าของ อาจารย์สมบัติ พลายน้อย และ คุณเอนก นาวิกมูล รวมทั้งการอ่านบทละครร้องของกรมพระนราธิปพงศ์ประพันธ์ เรื่อง อีนากพระโขนงค่ะ


ขอเล่าเรื่องมะเดือและมะนาวอีกนิดแล้วกัน เพื่อขยายความเรื่อง การตำน้ำพริกของแม่นาค คือคุณป้าที่ถึงแก่กรรมไปนานแล้วได้เล่าให้ฟังว่า คนสมัยโบราณนั้น ใช้มือเปิบข้าว ไม่ได้มีช้อนส้อมเหมือนทุกวันนี้ ดังนั้นการตำน้ำพริกจึงไม่นิยมบีบมะนาวเพราะน้ำเยอะ เลอะมือ มักจะใช้ผลไม้รสอื่นแทน เช่น มะดัน เพื่อให้มีรสเปรี้ยว ส่วนมะเดื่อนั้นเป็นส่วนผสมที่สำคัญของน้ำพริกอยู่แล้วค่ะ (ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับละครหรอกนะคะ แค่เล่าเล่นๆ) อันนี้อาจจะเป็นตำรับของคุณป้าเองก็ได้ แต่ก็น่าสนใจนะคะ

อยากจะเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะเพื่อความรู้ในเรื่องลิขสิทธิ์ คือ งานวรรณกรรมใดๆก็ตาม เมื่อประพันธ์ขึ้นมาแล้วลิขสิทธิ์ในวรรณกรรมนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ละคร หรือภาพยนตร์ ย่อมเป็นของผู้ประพันธ์ เช่น ชื่อตัวละคร หรือเหตุการณ์อื่นๆที่ต่างไปจากตำนานหรือธรรมเนียมปฎิบัติที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม คือ งานเขียน จะคงอยู่หลังจากผู้ประพันธ์ถึงแก่กรรมแล้ว60ปี ในกรณีของ ละครร้อง อีนากพระโขนง ฉบับกรมพระนรา ท่านได้สิ้นพระชนม์ไปเกินกว่า 60 ปีแล้ว ดังนั้นลิฃสิทธิ์ในงานของท่านจึงตกเป็นของแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ตามธรรมเนียมปฎิบัติ ทางเราจะเอ่ยถึงความเป็นมาทุกครั้งในสูจิบัตร และสื่อต่างๆที่ให้รายละเอียดละครของเรา เช่น ในหน้าของ total reservation เพื่อเป็นการให้เกียรติและแสดงความเคารพแก่ผู้ประพันธ์ แต่ในกรณีทำแม่นาคคราวนี้ เนื่องจากเราอยากจะให้ทุกอย่างถูกต้องมากขึ้นจึงได้อยู่ในขั้นตอนของการติดต่อเพื่อบอกกล่าวกับทายาทในราชสกุลโดยผ่านทางท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งค่ะ เมื่อค้นคว้าดูมากขึ้น ก็พบว่างานที่ทำในภายหลังนั้น ส่วนใหญ่จะมาจากฉบับของท่านทั้งนั้นค่ะ เช่น "พี่มากขาา" ก็เป็นเวอร์ชั่นของท่านที่มีลูกคู่ร้องเสียงเย็น หรือแม่นาคมือยาวข้ามวงสายสิญจน์ไปเอาหัวหมอผีสองคนมาชนกันดังโป๊ก (ฉบับของเราไม่มีนะคะ: ) ฉบับของท่านมีหมอผีและขรัวอาจารย์มากมายค่ะ มีไปแอบซ่อนในตุ่มด้วย ตอนจบมีเณรมาเอาแม่นาคถ่วงลงหม้อไป สนุกค่ะ สมแล้วที่ละครร้องเรื่องนี้จะโด่งดังไปทั่วในความสนุกสานและน่ากลัวจนเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกมากมาย สำหรับเรื่องนี้อยากจะขอ defend ให้ผู้สร้างงานในยุคก่อนที่จะมีกม.ลิขสิทธิ์ เพราะในสมัยนั้น พวกเราคนไทยยังไม่มีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์กันอย่างกว้างขวางเหมือนสมัยนี้ การสร้างงานในยุคก่อนโดยนำบางส่วนมาจากงานก่อนหน้าจึงไม่ควรที่จะกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดนะคะ ในสมัยนั้นอาจจะถือว่าเป็นการสร้างเพื่อสืบทอดงานวรรณกรรมในรูปแบบอื่นๆด้วยซ้ำไป บางคนอาจจะเรียกว่าเป็นการ"บูชาครู" คือ เอาบางสว่นของงานครูมาขยายต่อ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่พอมีกม.ลิขสิทธิ์ขึ้นมาแล้วถือว่าทุกคนต้องรู้ ถ้าไม่รู้ก็ต้องพยายามศึกษาว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ จะได้ไม่ละเมิดคนอื่นค่ะ ส่วนลิขสิทธิ์ของงานอืนๆที่สร้างสรรค์ขึ้นภายหลังเช่น ชื่อตัวละครตัวใหม่ หรือเหตุการณ์เฉพาะที่เพิ่มเติมขึ้นมา เฉพาะเวอร์ชั่นนั้นๆ ย่อมเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประพันธ์เช่นกันค่ะ แน่นอนอาจจะมีการพ้องความคิดได้ แต่เชื่อว่าทุกคนที่ทำงานสร้างสรรค์ย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้วค่ะว่า งานของตนนั้นเป็นงานสร้างสรรค์ที่บริสุทธิ์หรืออ้างอิงจากงานของท่านอื่น หากทำโดยความรู้เท่าไม่ถึงการก็น่าจะเป็นเรื่องที่ขอโทษกันได้ค่ะ เราเองก็เคยมีปัญหานี้คือ ได้รับลิขสิทธิ์ด้วยวาจาจากทายาทที่ไม่ได้เป็นผู้ถือครองสิทธิโดยตรง แต่เมื่อเราทราบภายหลังเราก็ขอโทษและดำเนินการเรื่องลิขสิทธิ์ให้้ถูกต้องค่ะ ท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใดค่ะ

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

tvc : แม่นาค เดอะ มิวสิคัล

เสียงร้องเพลง กล่อมลูก โดย ธีรนัยน์ ณ หนองคาย

video

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552